USA

ระบบการศึกษา

ประเทศอเมริกาจัดเป็นประเทศที่เหมาะแก่การศึกษาสำหรับนักเรียนต่างชาติประเทศหนึ่ง เนื่องจากมีทั้งเทคโนโลยีใหม่ๆ มีความหลากหลายของสาขาวิชาให้นักศึกษาต่างชาติได้เลือกเรียน
สถานศึกษาในสหรัฐอเมริกาใช้ภาคการศึกษาหลายแบบแตกต่างกันออกไปขึ้นกับ ความต้องการของสถานศึกษา และความนิยมของท้องถิ่น ได้แก่
1.ระบบ Semester แบ่งเป็น 2 Semester ๆ ละ 16 – 18 สัปดาห์ และอาจมี 1 หรือ 2 summer session
1.1. Fall Semester เปิดประมาณกันยายนถึงกลางธันวาคม
1.2. Spring Semester เปิดประมาณมกราคมถึงกลางเมษายน
1.3. Summer Semester เปิดประมาณกลางพฤษภาคมถึงสิงหาคม
2.ระบบ Trimester แบ่งเป็น 3 เทอม ๆ ละ 3 เดือน
2.1. First เปิดประมาณกันยายนถึงธันวาคม
2.2. Second เปิดประมาณมกราคมถึงเมษายน
2.3. Third เปิดประมาณพฤษภาคมถึงสิงหาคม
3. ระบบ 4-1-4 แบ่งภาคเรียนเป็น 2 เทอม (Semester) เทอมละ 15 สัปดาห์ คั่นด้วยเทอมสั้น ๆ เรียกว่า Mini-term หรือ Interim เทอมสั้นนี้ มีระยะเวลาเรียน 1 เดือน
3.1. Fall เปิดประมาณกันยายนถึงธันวาคม
3.2. Mini-term หรือ Interim เปิดประมาณมกราคม ( 1 เดือน )
3.3. Spring เปิดประมาณกุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคม

ระบบการศึกษาขั้นสูง หรือ Higher Education
วิทยาลัยชุมชน(Community Colleges)

เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของนักศึกษาจำนวนมากที่ต้องการศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี เป็นหลักสูตรการเรียนแบบ 2 ปี หลังจากนั้นนักศึกษาสามารถโอนย้ายหน่วยกิตไปเรียนต่อปี 3 และปี 4 ในมหาวิทยาลัยต่างๆ มากมายในสหรัฐอเมริกาเพื่อให้สำเร็จตามหลักสูตรปริญญาตรี วิทยาลัยชุมชนมีค่าใช้จ่ายในการศึกษาที่ไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับการเรียนในมหาวิทยาลัย นอกจากนี้ยังมีจำนวนนักศึกษต่อห้องเรียนน้อยกว่าการเรียนในมหาวิทยาลัย ทำให้นักศึกษาสามารถปรับตัวเข้ากับการเรียนในระบบอเมริกันได้เร็วกว่าอีกด้วย

ระดับปริญญาตรี (Undergraduate)

ใช้เวลาในการเรียนทั้งสิ้น 4 ปี โดยรับนักเรียนที่จบการศึกษาในระดับชั้นมัธยมศึกษา มีวุฒิ High School Diploma หรือเทียบเท่า พร้อมผลคะแนนสอบ SAT เพื่อประกอบการพิจารณารับนักศึกษาเข้าเรียนในแต่ละมหาวิทยาลัย ประเภทของมหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ มีหลายแบบ ทั้งมหาวิทยาลัยของรัฐบาล โดยชื่อของมหาวิทยาลัยมักจะมีคำว่า State อยู่ในชื่อของมหาวิทยาลัยด้วย, มหาวิทยาลัยเอกชน, สถาบันเทคโนโลยี และวิทยาลัยชุมชน

ระดับปริญญาโท (Graduate)

ใช้เวลาในการเรียนทั้งสิ้น 1.5 – 2 ปี นักศึกษาจะต้องตรวจสอบกับทางมหาวิทยาลัยที่ตนเองต้องการสมัครเกี่ยวกับเงื่อนไขการสมัครและเอกสารต่างๆ ที่ใช้ประกอบการสมัคร สำหรับสายธุรกิจ นอกจากผลคะแนนภาษาอังกฤษ TOefl ที่นักศึกษาต่างชาติจำเป็นต้องยื่นแล้ว ยังต้องยื่นผลคะแนน gmat ซึ่งเป็นข้อสอบที่วัดความสามารถทางคณิตศาสตร์และการคิดวิเคราะห์ หรือ คะแนน GRE อีกด้วย

ระดับปริญญาเอก (Doctorate Degree)

เป็นการศึกษาค้นคว้าวิจัยในเบื้องลึกเกี่ยวกับหัวข้อที่นักศึกษาสนใจ โดยมีอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำและปรึกษา โดยทั่วไปใช้เวลาในการศึกษาประมาณ 3 – 5 ปี

วีซ่านักเรียน

เอกสารในการยื่นขอวีซ่านักเรียนประเทศสหรัฐอเมริกา

  • หนังสือเดินทาง (Passport) อายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน พร้อมสำเนา และหนังสือเดินทางเล่มเก่าที่มีทั้งหมด
  • ใบสมัครขอวีซ่า DS 160 ที่ได้กรอกข้อมูลในระบบของสถานฑูตเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 
  • รูปถ่ายหน้าตรง ขนาด 5 x 5 ซ.ม. พื้นหลังเป็นสีขาวเท่านั้น ไม่มีกรอบและ ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน รูปใบหน้าขนาดใหญ่ เห็นหูทั้ง 2 ข้าง จำนวน 1 รูป 
  • สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน
  • หลักฐานการศึกษา เช่น ใบแสดงผลการเรียน(Transcript), หนังสือรับรองจากทางสถาบันการศึกษา  
  • สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ – สกุล (ในกรณีมีการเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล)
  • เอกสาร I – 20 ฉบับจริงที่ออกให้โดยสถาบันการศึกษาในสหรัฐฯ 
  • เอกสาร I – 901 ซึ่งเป็นหลักฐานการชำระค่า SEVIS จำนวน 200 เหรียญสหรัฐ (วิธีการชำระเงินสามารถดูได้จากเว็บไซต์ www.fmjfee.com ) 
  • หลักฐานการเงินของผู้สนับสนุนทางการเงิน 
    • จดหมายรับรองฐานะทางการเงินที่ออกโดยธนาคาร
    • Statement ย้อนหลัง 6 เดือน
    • สมุดบัญชีตัวจริง (นำติดตัวไปด้วย ณ วันสัมภาษณ์)
    • หนังสือรับรองว่าจะเป็นผู้สนับสนุนทางการเงิน (Sponsor Letter)
  • หนังสือรับรองการทำงานของผู้สนับสนุนทางการเงิน เช่น หนังสือรับรองการทำงาน หรือหนังสือรับรองบริษัท 
  • สำเนาบัตรประชาชนของผู้สนับสนุนทางการเงิน

ค่าธรรมเนียมยื่นขอวีซ่า

Visitor / Student Visa USD 160

ชำระเป็นเงินบาทที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยา

เช็คอัตราค่าธรรมเนียมวีซ่าเป็นเงินบาทได้ที่ http://www.ustraveldocs.com/th_th/th-niv-visafeeinfo.asp 

SEVIS feeUSD 200

ข้อมูลและขั้นตอนเกี่ยวกับการยื่นขอวีซ่าสหรัฐฯ สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.ustraveldocs.com/th

สถาบันที่แนะนำ

สถาบันที่แนะนำ

Kaplan International College

Location : Boston , New York ,San Francisco, Los Angeles, Washington DC, Chicago

Go to website

Stafford House International

Location : Boston, San Francisco, San Diego, Chicago

Go to website

EC English

Location : Boston, San Francisco, New York, Washington DC, San Diego, Los Angeles, Miami

Go to website

New England School of English (NESE)

Location : Boston

Go to website

New England School of English (NESE)

Location : Los Angeles, Boston

Go to website

University of Delaware, English Language Institute

Location : Delaware

Go to website

University of California, Irvine

Location : Los Angeles

Go to website

Michigan State University, English Language Centre

Location : Michigan

Go to website

วิทยาลัย

Central Seattle Community College

Location : Seattle

Go to website

Citrus College

Location : Glendora, California

Go to website

มหาวิทยาลัย

UMass Boston

Location : Boston

Go to website

University of New Hampshire

Location : Durham, NH

Go to website

Virginia International University

Location : Virginia

Go to website

ข้อมูลประเทศอื่นๆที่น่าสนใจ

Our Services

Apply Online

Service : Study Abroad

Apply Online

Service : Study Abroad